เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า ปัจจุบันนี้ประเทศไทยของเรากำลังอยู่ในยุคการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม และสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาในด้านนี้ที่จะขาดเสียไม่ได้อย่างหนึ่งคือ ช่างที่ดี ทั้งนี้เพราะช่างนั้นมีมากมายหลายสาขา แต่เราจะหาช่างที่มีคุณสมบัติเป็นช่างที่ดีอย่างสมบูรณ์แบบนั้นหาได้ยากยิ่ง

ฉะนั้น บุคคลที่สมควรจะเป็นช่างที่ดีนั้น ควรจะมีคุณสมบัติ 10 ประการ ดังต่อไปนี้

1.  ความสามารถ ผู้ที่จะเป็นช่างที่ดี ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ มีความสามารถในงานด้านช่างของตนอย่างดี รู้อย่างชนิดที่เรียกว่า รู้ซึ้งถึงรากฐานถึงแก่นของงานนั้น ๆ รู้ทั้งด้านทฤษฎีและด้านปฎิบัติ ไม่ใช่รู้แบบผิวเผิน แต่ผู้ที่จะเป็นช่างที่ดีนั้น ควรรู้ต่อไปอีกว่า เพราะเหตุใดจึงต้องทำอย่างนั้น ทำไมอย่างนี้จึงใช้ไม่ได้ ต้องรู้ซึ้งถึงแก่นถึงเหตุถึงผลที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นตลอดเวลาที่ทำงานควรจะมีคำถามถาม ตัวเองว่าทำไมเราจึงต้องทำอย่างนี้ ทำอย่างอื่นหรือวิธีอื่นไม่ได้หรือ ซึ่งคำถามอย่างนี้จะทำให้มีคำตอบที่มีประโยชน์อย่างมหาศาลติดตามมาทีหลัง นอกจากนี้แล้วผู้ที่จะเป็นช่างที่ดีต้องเป็นผู้ที่ชอบศึกษาหาความรู้ในวิชาชีพของตน เพิ่มเติมอยู่เสมอ เพราะปัจจุบันนี้เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า ความก้าวหน้าทางด้านอุตสาห- กรรม ทางด้านวิทยาศาสตร์ หรือทางด้านเทคโนโลยีประเภทต่าง ๆ นั้น ก้าวไปอย่างรวดเร็วและไม่มีวันจะหยุดยั้ง ดังนั้น ควรหาความรู้เพิ่มเติมหรือค้นคว้าจากตำราใหม่ ๆ เท่านั้น ที่จะทำให้เราติดตามโลกทางด้านอุตสาหกรรมได้ทัน

2.  ความมีประสิทธิภาพ ช่างที่ดีต้องตระหนักถึงความสำคัญของเวลา เวลาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก สำหรับลูกค้า นายจ้าง หรือผู้บังคับบัญชา ลูกค้าหรือผู้บังคับบัญชา ต้องการให้งานของเขาเสร็จภายในระยะเวลาอันสั้นที่สุด ส่วนนายจ้างก็เช่นเดียวกัน ไม่มีนายจ้างคนไหนที่คิดว่างานชิ้นนั้น ๆ จะเสร็จภายในระยะเวลากี่เดือนก็ได้ ทั้งนี้เพราะงานทางด้านอุตสาหกรรมนั้นจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ จะต้องต่อสู้เอาชนะตนเองและคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลา มิฉะนั้นจะดำรงกิจการอยู่ไม่ได้

ดังนั้น ช่างที่ดีต้องเป็นผู้ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำงานเสร็จภายในระยะเวลาอันสั้นมากที่สุด และมีคุณภาพดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

3.  ความตั้งใจ ช่างที่ดีต้องเป็นผู้ที่ทำงานต่าง ๆ ในความรับผิดชอบของตนด้วยความตั้งใจและเอาใจใส่ต่องานนั้น ๆอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ เพราะถ้าขาดสิ่งเหล่านี้แล้ว คุณภาพของงานที่ได้ออกมาไม่ดีพอ นอกจากนั้นแล้วอาจเกิดอุบัติเหตุหรือเสียหายร้ายแรงขึ้นก็ได้ ดังนั้นงานทุกอย่างที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนไม่ว่า งานหนักงานเบา งานยากหรือลำบากแค่ไหน พยายามเข้าสู้ทั้งนั้น เพราะมีช่างประเภท “หนัก ก็ไม่เอา เบาก็อู้” ย่อมไม่เป็นที่ปรารถนาของ ผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างทั้งหลาย แต่บุคคลที่เอาใจใส่ในหน้าที่การงานดี มีความกระตือรือร้น มีความรับผิดชอบ มีความตั้งใจเท่านั้น ที่ผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างต้องการ

4.  มีแบบแผน การทำงานอย่างมีแบบ­แผนว่าอะไรควรทำก่อน อะไรควรทำหลัง เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ช่างสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็ว พวกวัสดุอุปกรณ์ หรือเครื่องมือเครื่องใช้มีการจัดเป็นหมวดหมู่ วางเป็นพวกเป็นชนิด มิให้ปะปนกัน เครื่องมือชิ้นไหนที่ต้องใช้งานบ่อยก็ควรวางอยู่ในที่หยิบออกมาใช้ได้ง่าย การจัดโรงงานวางเครื่องมือ ติดตั้งอุปกรณ์เครื่องจักรต่าง ๆ ถูกต้องตาม หลักวิชาการ ส่วนการซ่อมหรือการถอดประกอบ หรือการผลิตก็เช่นเดียวกัน เพราะการทำงานอย่างมีแบบแผน มีหลักการ มีหลักวิชาที่ดีเท่านั้น ที่จะทำให้งานต่าง ๆ สำเร็จ ลุล่วงลงได้ตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพสูงพอ

5.  มีมนุษยสัมพันธ์ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการทำงานหรือการดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบัน เพราะเราอยู่ในแวดวงสังคมที่กว้างใหญ่ ต้องเผชิญหน้ากับคนหลายระดับชั้นการศึกษา ช่างที่ดีต้องมีความรู้ถึงจิตวิทยาทาง ด้านต่าง ๆ ต้องรู้จักการวางตัว การปกครอง การผูกมิตร ฯลฯ และสามารถนำมาใช้ถูกต้อง เหมาะสมกับกาลเทศะ เพราะปัจจุบันนี้ความสัมพันธ์ในวงงานเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก งานแต่ละอย่างมักจะมีความผูกพันกันดุจดังลูกโซ่ และเป็นที่แน่นอนว่างานแต่ละอย่าง แต่ละประเภทนั้นย่อมมีผู้ปฏิบัติงาน ผู้เข้าร่วมงานอยู่หลายฐานะหลายระดับ ซึ่งงานแต่ละอย่างจะเสร็จได้ก็ต้องมีความสามัคคีกลมเกลียวเข้าใจซึ่งกัน

และกัน ถ้าความสัมพันธ์ในระหว่างหมู่คณะหรือระหว่างผู้ร่วมงาน ลูกน้องใต้บังคับบัญชาไม่ประสานกันดี แต่ละคนมีความขัดแย้งกันไม่เข้าใจกัน งานต่าง ๆ จะบรรลุผลดีตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ไปไม่ได้ ดังนั้นผู้ที่จะเป็นช่างที่ดีต้องคำนึงถึงข้อนี้ไว้ให้มากตลอดระยะเวลาของการทำงาน พยายามนำเอาจิตวิทยาในด้านต่าง ๆ มาใช้ให้ถูกต้องและเหมาะสม รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา

6.  ความสะอาด ความสะอาดเป็นสิ่งหนึ่งที่จะมองข้ามไปเสียไม่ได้ในงานช่าง เพราะงานบางอย่างบางชิ้นหรือการถอดประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ต้องระวังเรื่องความสะอาดมาก เป็นต้นว่างานประกอบแบริ่งหรือประกอบลูกสูบต่าง ๆ ถ้ามีผงฝุ่นหรือความสะอาดไม่พอแล้วอายุการใช้งานนั้นก็จะไม่ดีเท่าที่ควร นอก จากความสะอาดแล้ว เสื้อผ้าหรือบริเวณโรงเรียนก็เช่นเดียวกัน ควรให้มีความสะอาดพอเหมาะสมสภาพ ไม่ใช่ว่าถ้าพวกช่างเดินไปทางไหนแล้ว คนอื่น ๆ ที่พบเห็นจะพากันหลบหลีกกันหมด เพราะกลัวว่าเสื้อผ้าหรือเนื้อตัวของเขาจะพลอยเปื้อนหรือสกปรกไปด้วย นอกจากนี้แล้ว ถ้าความสะอาดไม่ดีพอ อาจจะทำ ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้เหมือนกัน ดังนั้นช่างที่ดีควรรักษาความสะอาดให้เป็นนิสัยสมกับสภาพของงานที่ทำ

7.  มีความร่าเริง ทั้งนี้เพราะความสดชื่นร่าเริงเบิกบาน เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ร่วมงานพลอยมีชีวิตชีวาไปด้วย ซึ่งจะทำให้ผลของการปฏิบัติงานต่าง ๆ ดีขึ้น เพราะถ้าทุกคนมีความร่าเริงแจ่มใสกระปรี้กระเปร่า พร้อมที่จะทำงานด้วยความเบิกบาน หรือไม่มีอารมณ์หงุดหงิดแล้ว จะมีความตั้งใจที่จะทำงานอย่างเต็มที่และเต็มใจ ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าผลงานที่ออกมาต้องมีคุณภาพที่ดีเสมอ

8.  ความปลอดภัย ช่างที่ดีต้องรู้ถึงกฎความปลอดภัยของโรงงานและของการทำ งานต่าง ๆ ว่า มีข้อควรป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายได้อย่างไร เพราะงานทุกชนิดถ้าไม่ปฏิบัติตามข้อควรระวังหรือตามกฎเกณฑ์ที่โรงงานหรือหน่วยงานตั้งไว้ หรือทำงานโดยประมาทแล้ว ย่อมเกิดอันตรายและอุบัติเหตุได้ง่าย ๆ ดังนั้นในขณะปฏิบัติงานช่างที่ดีควรระลึกถึงความปลอดภัยในการทำงานอยู่เสมอ

9.  พลานามัยสมบูรณ์ดี สุขภาพร่างกายของคนเรามีความสำคัญมากต่อการทำงานด้านต่าง ๆ เพราะนอกจากจะต้องใช้สมองในการวินิจฉัยไตร่ตรองแก้ไขในการปฎิบัติงานแล้ว ยังต้องใช้กำลังกายในการปฏิบติงานควบคู่กันไปด้วย ฉะนั้นช่างที่ดีนั้นควรจะต้องรักษาสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ ควรงดเว้นสิ่งที่บั่นทอนสุขภาพให้เสื่อมโทรม เช่น การดื่มสุรา หรือเสพยาเสพย์ติดประเภทต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นอกจากจะทำลายร่างกายให้ สื่อมโทรมแล้ว ยังทำให้การปฏิบัติงานไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรอีกด้วย ควรรักษาสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง และหมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ

10.  มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ว่าจะเป็นงานประเภทใดก็ตาม สิ่งที่จะทำให้หน่วย งานนั้นก้าวหน้าไปได้ก็คือ ความซื่อสัตย์สุจริตของผู้ร่วมงานทุกคน ดังมีคำเปรียบเทียบไว้ว่า “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” ไม่มีนายจ้างหรือผู้บังคับบัญชาคนใดที่ต้องการลูกน้องที่ไม่ซื่อสัตย์ การที่เป็นช่างที่ไม่ซื่อสัตย์ นอกจากจะไม่เป็นที่ต้องการของโรงงานหรือหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นการทำลายอนาคตความก้าวหน้าในอาชีพของตนเองอีกด้วย ดังนั้นช่างที่ดีต้องเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่การงาน ต่อเพื่อนร่วมงาน ตลอดจนผู้เป็นนายจ้าง ผู้บังคับบัญชา ยอมรับการผิดพลาดในการปฎิบัติงานของตนด้วยความเต็มใจและด้วยความบริสุทธิ์ใจ

บัญญัติ 10 ประการ ของช่างที่ดี ที่กล่าวมาแล้วนั้น หากนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ภายในหน่วยงานหรือกิจการใด ๆ ก็ตาม ก็จะทำให้กิจการนั้น ๆ เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังทำให้การพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีประเภทต่าง ๆ ของประเทศมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศอื่น ๆ ได้

By Max